วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

10 อันซีน 10 จังหวัดภาคกลางน่าไปเที่ยวเดือนเมษายน


 ท่องเที่ยว ชวนเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพมหานคร กับ 10 สิ่งมหัศจรรย์ ในภาคกลางที่น่าพาเพื่อนไปสัมผัสในเดือนเมษายนนี้
1. พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร พระพุทธรูปที่สร้างจากทองคำแท้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ย่านเยาวราชอันเป็นแหล่งค้าทองคำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
2.โบสถ์แสตนเลส อ.ศรีสวัสดิ์ แหล่งท่องเที่ยว UNSEEN แห่งใหม่ ที่สร้างสรรค์จากแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก่อเกิดเป็นพระอุโบสถแสตนเลสหนึ่งเดียวในโลก ตั้งอยู่ทางตอนบนสุดของทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ณ วัดปากลำขาแข้ง ต.เขาโจด เดินทางเข้าถึงได้ด้วยทางเรือเท่านั้น ภายในบริเวณวัดยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างจากแสตนเลสอีกด้วย
3.ขับรถถังเที่ยว  เพียง 300 บาท ก็สามารถขับรถถังเที่ยวเองได้ที่ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี (ผู้ที่ต้องการขับรถถัง กรุณาติดต่อก่อนขับเป็นการล่วงหน้า)
4.อุโบสถทองคำร้อยล้าน ณ วัดพระศรีอารย์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีแสดงถึงความยิ่งใหญ่อลังการแห่งพลังศรัทธาของคนไทยที่มีต่อพระพุทธศาสนาในการก่อสร้างอุโบสถทองคำมูลค่าร้อยล้าน
5.พระพุทธบาทนูนสูงแห่งเดียวในประเทศไทย สถานที่ตั้ง วัดเขาดีสลัก อำเภออู่ทอง จ.สุพรรรณบุรี

6.องค์พระพิฆเนศวรปางนอนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ณ วัดสมานรัตนาราม ริมแม่น้ำบางปะกง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา 
7.ตลาดร่มหุบ ตลาดขายสินค้าบนรางรถไฟเมื่อรถไฟผ่านมาพ่อค้าแม่ค้าจะรีบหุบร่มกันอย่างพร้อมเพรียง และเมื่อมาถึงสมุทรสงครามพลาดไม่ได้กับปลาทูอันแสนอร่อยที่มีเอกลักษณ์
8.ดอกเกลือ  เกลือที่เห็นอยู่ทั่วไปอาจจะดูธรรมดาไม่มีคุณค่ามากมาย แต่ดอกเกลือบริสุทธิ์ที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี มีแร่ธาตุที่มีประโยชน์มากกว่าถึง 80 ชนิด จึงเหมาะสำหรับนำมาทำเกลือสปาอย่างยิ่ง
9.พระรูปนักบุญอันนาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย หมุนได้ 360 องศา ณ วัดนักบุญอันนา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
10.ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ คือคลองระบายน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากกรณีน้ำเหนือไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา
ขอขอบคุณเรื่องและภาพ :www.tiewpakklang.com

เผย Samsung Galaxy Note 3 จะเปิดตัวเดือนกันยายนนี้


เผย Samsung Galaxy Note 3 จะเปิดตัวเดือนกันยายนนี้?
Android อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite ใครที่ยังไม่ถูกใจ Samsung Galaxy S4 มาฟังข่าวนี้กันไว้เผื่อจะตัดสินใจถูก เมื่อมีรายงานข่าวออกมาจากเว็บไซต์ SamMobile ว่าค่าย Samsung อาจจะเตรียมเปิดตัว Samsung Galaxy Note 3 รุ่นต่อไปในเดือนกันยายนที่จะมาถึงนี้ครับ
โดย SamMobile ระบุว่า Samsung Galaxy Note 3 จะได้รับการเผยโฉมในงาน IFA 2013 ซึ่งจะจัดขึ้นในกรุง Berlin ประเทศเยอรมนีในช่วงเดือนกันยายนของปีนี้ ซึ่ง Samsung Galaxy Note 3 จะมาพร้อมกับสเปคที่หลายคนคาดการณ์กันไว้ทั้งหน้าจอขนาด 5.9 นิ้วระดับ Full HD 1080p และชิปเซ็ต 8 คอร์ (Octa Core 4+4) ตัวเดียวกับในSamsung Galaxy S4 นั่นเองจ้า
ที่มา: sammobile
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย : ป๋าเอก TechXcite

แบบบ้านชั้นครึ่ง เล่นระดับ ขนาด 3 ห้องนอน

 แบบบ้าน แบบบ้านชั้นครึ่ง เล่นระดับ ขนาด 3 ห้องนอน

 หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาแบบบ้านชั้นครึ่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้สามารถแบ่งออกเป็นห้องต่าง ๆ ได้มากกว่าบ้านชั้นเดียว อีกทั้งยังสามารถยกของขึ้นที่สูงในยามน้ำท่วมได้ด้วย วันนี้กระปุกดอทคอมจัดให้ตามต้องการ ด้วยการนำตัวอย่างแบบบ้านชั้นครึ่ง ขนาด 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ มาฝากครอบครัวขนาดกลางกันค่ะ

          แบบบ้านชั้นครึ่งนี้ เป็นแบบบ้านจากเว็บไซต์ banpatan.com ซึ่งเป็นแบบบ้านชั้นครึ่ง ทรงไทยประยุกต์ หลังคาทรงจั่วผสมปั้นหยา โดยเล่นระดับถึง 3 ระดับ บนพื้นที่ประมาณ 200 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องพระ ห้องทำงาน และลานจอดรถสำหรับรถ 2 คัน โดยชั้นกลางยกสูง 1.5 เมตร แบบไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำท่วม ลองไปดูแบบบ้านชั้นครึ่งหลังนี้กันดีกว่า ว่าจะถูกใจคุณบ้างหรือไม่

แบบบ้าน แบบบ้านชั้นครึ่ง เล่นระดับ ขนาด 3 ห้องนอน

แบบบ้าน แบบบ้านชั้นครึ่ง เล่นระดับ ขนาด 3 ห้องนอน
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก banpatan.com

Jailbreak คืออะไร ? หนึ่งในความเข้าใจผิดของผู้ใช้งาน Smartphone


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก อ.ศุภเดช พิธีกรรายการ แบไต๋ไฮเทค

Jailbreak (เจลเบรค) คำนี้อาจจะคุ้นหูกับผู้ใช้งาน iDevice ของแอปเปิลและถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับวงการสมาร์ทโฟน แต่ยังมีผู้ใช้งาน iDevice ของแอปเปิลอีกจำนวนไม่น้อย ที่ยังเข้าใจเรื่องการ Jailbreak แบบผิด ๆ ว่าแท้ที่จริงแล้วการ Jailbreak คือการลงแอพฯ เถื่อนอย่างเดียวจริงหรือ ? วันนี้เรามาหาคำตอบและทำความรู้จักเรื่อง Jailbreak กับบทความดี ๆ จาก อ.ศุภเดช พิธีกรรายการ แบไต๋ไฮเทค ที่จะมาบอกเล่าเรื่องการ Jailbreak ให้เราได้รู้กัน มาติดตามกันเลย
Jailbreak ที่คนไทยเข้าใจคืออะไร
ผมอยากจะเขียนตอนนี้มานานแล้ว เพราะว่าปัจจุบัน คนไทยเราเข้าใจคำว่า Jailbreak ที่ใช้กันใน iPhone แบบผิด ๆ กันมาโดยตลอด และวันนี้รู้สึกว่าต่อมหงุดหงิดเริ่มทำงานจนทนไม่ไหว ขอจัดเต็มซักตอน เพื่อที่จะให้หลาย ๆ คนได้หายสงสัยกัน
ผมค่อนข้างมั่นใจว่า หลาย ๆ คนเข้าใจการ Jailbreak ว่า มันคือ การที่ทำยังไงก็ได้แหละ แต่ให้อุปกรณ์ iOS ของเรา เช่น iPod Touch, iPhone, iPad สามารถลง App เถื่อนได้โดยที่ไม่เสียเงิน ซึ่งอยากจะบอกว่า คุณกำลังเข้าใจการ Jailbreak ผิดไปคนละทางเลยนะครับ
ก่อนจะเล่าถึงความจริงว่า Jailbreak คืออะไร ผมขอเล่าย้อนกลับไปถึงสมัยก่อนโน้น ในตอนที่ iPhone ตัวแรกออกก่อนนะครับ
iPhone ตัวแรกของ Apple
ในตอนนั้น Apple ได้ออกแบบ iPhone มาเพื่อให้ผู้ใช้ทั่ว ๆ ไปใช้งาน ภายใต้สิ่งที่ Apple อนุญาตเท่านั้น คุณจะสังเกตได้เลยว่าตั้งแต่ iPhone ตัวแรก… มันขาดความสามารถหลายอย่างมาก เช่น Copy/ Paste ข้อความไม่ได้, ขาดระบบ Multitasking หรืออื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึง iPhone2G ตัวแรกนั้น ขาด Keyboard ภาษาต่างประเทศเยอะมาก และที่สำคัญที่สุดเลย คือมีการล็อคตัว Sim Card เอาไว้เพื่อให้ใช้ได้กับค่าย AT&T เท่านั้น ซึ่งอันนี้ก็ต้องยอมรับสภาพ เพราะที่อเมริกาขายกันแบบผูกสัญญาห้ามไปใส่ SIM ค่ายอื่นกันอยู่แล้ว 
นั่นหมายถึง Apple ได้มีการขีดเส้นแบ่งเอาไว้ ว่าผู้ใช้ที่เป็นเจ้าของเครื่องที่เสียเงินซื้อมา มีสิทธิ์ใช้ได้เพียงไม่เกินเส้นที่ Apple กำหนดเอาไว้ นั่นก็คือ icon ทั้งหมดที่อยู่บนหน้าจอเท่านั้น
Jay Freeman
ซึ่งในช่วงประมาณปี 2008 ก็ได้มี Developer คนหนึ่งใช้ชื่อในวงการ Hacker ว่า Jay Freeman ที่มีชื่อเรียกในวงการว่า Saurik เค้าก็ได้เริ่มเจาะระบบของตัว iOS 1.1 แล้วทำการฝัง สิ่งที่น่าจะเรียกว่า ตัวติดตั้งโปรแกรมผ่านทาง icon หรือ ที่เราเรียกกันว่า AppStore กันในตอนนี้ ซึ่งตอนนั้นมันมีชื่อเรียกว่า Installer.app ซึ่งการมาของตัว Installer สามารถทำให้เราสามารถทำอะไรนอกเหนือเส้นที่ Apple ขีดเอาไว้ได้ เช่น สามารถติดตั้ง Keyboard ภาษาอื่น ๆ รวมไปถึงตอนนั้นก็มี Keyboard ภาษาไทยออกมาด้วย จุดประสงค์สำคัญของ Installer ก็คือ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งตัว iPhone ของแต่ละคนได้ตามใจ รวมไปถึงย้ายไปใส่ SIM ของค่ายอื่นได้อีกด้วย ที่ตอนนั้น iPhone รุ่นแรกขายในบ้านเราได้ ก็เพราะทุกเครื่องมัน Jailbreak กันหมดนี่แหละ
โฉมหน้าของ Installer.app
Installer.app เป็นจุดกำเนิดของอีกหลาย ๆ ไอเดีย ซึ่งผมขอสารภาพตามตรงนะ ผมไม่รู้ว่า ไอเดียเรื่อง AppStore ของ Apple เป็นไอเดียที่คิดมาก่อนหน้า หรือเป็นไอเดียที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Installer.app แต่เอาเป็นว่า ตอนนั้นก็มี Hacker หลาย ๆ คนที่เริ่มสนใจการเจาะระบบ iPhone และพยายามฝังตัว “ติดตั้งโปรแกรม” ของตัวเองเข้าไป ซึ่งในตอนที่ iOS 2 ออก… ทาง Jay Freeman ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Cydia และเข้าซื้อตัวโปรแกรม Rock Your Phone ซึ่งเป็นระบบ Installer อีกตัวนึง ทำให้ Cydia กลายเป็น ระบบ Third-Party App ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด (ช่วงปี 2009 มีผู้ใช้งาน Cydia ถึง 4 ล้านคน) ส่วนตอนนี้น่าจะมีเกิน 50 ล้านคน


icon ของโปรแกรม Cydia ที่น่าจะคุ้นตากันดี
หน้าที่ของ Cydia คือ เป็นตัวจัดการ การลง App ที่อยู่นอกเหนือความสามารถที่ทาง Apple จะอนุญาตให้ผู้ใช้งานทำได้ ซึ่งถ้าคุณได้เข้าไปเล่น App ใน Cydia คุณจะเจอ App บ้า ๆ เยอะมาก รวมไปถึง App ที่เราอยากจะได้มาก แต่ไม่มีใน AppStore เช่น
- iBlacklist : โปรแกรม Block ไม่ให้เบอร์บางเบอร์โทรหาเรา
- QuickDo : Shortcut เรียกโปรแกรมอื่น ๆ จากหน้า LockScreen
- Barrel : โปรแกรมแก้ไข Effect ในการเลื่อนหน้าจอ
- Facebreak : โปรแกรมที่ทำให้เราทำ Facetime ผ่านระบบ 3G ได้
- My3G : โปรแกรมที่เอาไว้หลอก App ในเครื่องว่า Connection ในเครื่องเป็น Wifi ไม่ใช่ 3G
- Airblue : โปรแกรมส่งไฟล์ทาง Bluetooth
- Winterboard : โปรแกรมแก้ Theme ของตัว iOS
- BytaFont : โปรแกรมเปลี่ยน Font ในการแสดงผลของหน้าจอ
- ThaiKeyboard : โปรแกรมคีย์บอร์ดภาษาไทยแบบ 4 แถว ที่ตรงตาม Keyboard ที่คนไทยเราใช้กัน
Cydia ให้โหลด App เหล่านี้ ฟรี และถ้าเกิด Developer คนเขียนอยากจะขายก็สามารถทำได้ด้วย ซึ่งจะมีระบบ Username ที่ผูกกับ Facebook และ Google Account เพื่อบันทึกว่า User แต่ละคนซื้อ App อะไรไป ตรงนี้จะเหมือนกับ AppStore เกือบจะทุกประการเลยครับ
นั่นหมายถึง Cydia คือ AppStore ที่ขาย App ที่อยู่นอกเหนือความสามารถที่ Apple จะทำได้โดย Developer เหมือนกัน และอยากจะบอกว่าราคาแพงกว่าใน AppStore ซะอีกนะครับ สำหรับ App บางตัว ส่วนใหญ่ขายกัน 2.99$ ไปจนถึง 4.99$ เป็นหลัก ไม่เหมือน AppStore ที่ขายกันที่ 0.99$ มากกว่า
ส่วน Jailbreak คืออะไร??
มันคือขั้นตอนการแฮกตัว iOS เพื่อให้สามารถยัดตัวโปรแกรม Cydia เข้าไปได้ รวมไปถึงการได้มาซึ่ง root user เพื่อชิงเอาสิทธิ์ในการรัน App ต่าง ๆ ในเครื่องเรานั่นเองครับ นั่้นคือการ Jailbreak… ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับการลง App ฟรี ๆ จาก AppStore ได้โดยที่ไม่เสียเงินทั้งสิ้น
แล้วการลง App เถื่อน ๆ เหล่านี้มาได้ยังไง
เนื่องจาก Cydia เป็นระบบบริหารเรื่องการโหลดและขาย App แบบอิสระใช่ไหมครับ ซึ่งด้วยความที่มันเป็นระบบเปิด เค้าก็เลยอนุญาตให้เราติดตั้งตัว Souce หรือแหล่งในการโหลด App จากที่อื่นด้วย ซึ่งถ้าคุณลงแค่ Cydia แล้วไม่ติดตั้ง Source เพิ่มเลย รับรองได้ คุณจะมีแต่ App ของ Cydia ที่ขายและไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย แต่มันก็มีพวก Hacker ที่จ้องจะเอา App ที่โหลดจาก AppStore มาถอด DRM ออก แล้วเอาไปตั้งเป็น Market อีกแบบเพื่อขาย ผ่าน App ตัวอื่น เช่น Installous… เจ้านี่แหละ เป็น AppStore ที่สามารถโหลด App เถื่อนได้ครับ ซึ่งการที่คุณจะติดตั้่ง Installous ได้ คุณจะต้อง “จงใจ” ที่จะเพิ่ม Source เถื่อนลงไปในเครื่องนะ
ตอนนี้ผู้ใช้งานในประเทศไทย มีความเข้าใจเรื่องนี้หลายแบบด้วยกัน ผมขอแบ่งเป็นแต่ละกลุ่มดังนี้ครับ
- คนที่ไม่ Jailbreak เพราะกลัวเครื่องพัง แต่ไม่เข้าใจเรื่องระบบ การซื้อ App ของ Apple AppStore เลยไปลง App ตามตู้ขายมือถือ
กลุ่มคนเหล่านี้ มีเงินนะครับ เพราะการลง App ตามตู้มือถือมันราคาไม่ถูกนะครับ ครั้งนึง 300 – 500 บาท แค่ทำไม่เป็นและกลัวความยุ่งยากเท่านั้น หากคุณคิดว่า อยากจะทำอะไร ๆ ให้มันถูกต้อง ไปอ่านบทความ เรื่องการสร้าง Apple ID เป็นของตัวเอง นะครับ คุณจะได้ประหยัดเงินด้วยการโหลด App แท้ ๆ เป็นของตัวคุณเอง
- คนที่ Jailbreak เพราะคิดแค่ว่าว่าลง App เถื่อนได้ ไม่อยากเสียเงิน
คนกลุ่มนี้ ไม่เกี่ยวกับมีเงิน หรือไม่มีเงิน แค่ชอบเอาชนะระบบเท่านั้น เพราะถ้า Jailbreak เองและไปเพิ่ม Source เถื่อนเองได้ การจะสร้าง Apple ID เพื่อซื้อ App ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย ดังนั้น คนกลุ่มนี้ ถึงเราจะไปอธิบายเรื่องลิขสิทธิ์ให้พวกนี้ฟังก็เปล่าประโยชน์ เปลืองน้ำลายเปล่า ๆ ครับ
 - คนชอบ Jailbreak เพราะอยากได้ Keyboard ไทยสี่แถว .. อยากปรับแต่งเครื่อง ซื้อ App แท้บ้าง โหลดเถื่อนบ้างปน ๆ กันไป
กลุ่มนี้ ก็เป็นกลุ่มที่ Jailbreak ด้วยความต้องการหลักคือ อยากได้ Keyboard ไทยสี่แถว เพราะ Keyboard ภาษาไทยที่ Apple ให้มา ใช้แล้วมันเวียนหัวชวนเมาเรือเหลือเกิน พิมพ์ ๆ ลบ ๆ ผิด ๆ ถูก ๆ แต่ถ้าเกิดคุณสามารถจ่ายเงินซื้อ Keyboard ไทยได้ พวกคุณก็มีปัญญาซื้อ App แท้ทุกคนอย่างแน่นอน คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มกลาง ๆ ที่เข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์และอยากสนับสนุนนักพัฒนาระดับนึง บางทีเจอ App ที่อยากได้ก็ไปลองโหลดเถื่อนมาก่อน ถ้าถูกใจก็จะซื้อของแท้ หรือ เถื่อนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีอารมณ์ซื้อของแท้
 - คนกลุ่มที่ Jailbreak เพราะอยากศึกษาแต่สนับสนุนนักพัฒนาด้วย
คนกลุ่มนี้ ซื้อ App แท้ทุกตัว ทั้งใน AppStore และใน Cydia… เป็นกลุ่มที่มีคนน้อยที่สุด แต่กลับเป็นกลุ่มที่จ่ายเงินให้นักพัฒนาผ่านระบบ AppStore เยอะสุดเหมือนกัน
- กลุ่มที่เข้าใจดี เรื่อง Cydia และ AppStore แต่เลือกที่จะไม่ Jailbreak แต่ใช้วิถีชีวิตไปตามที่ Apple กำหนด
กลุ่มนี้ ผมเจอหลายคน ถ้าให้อธิบายแบบเข้าใจง่ายสุด ก็คือ กลุ่มคนที่ชื่นชอบในตัว Steve Jobs และ Product ของ Apple… เรียกแบบไม่สุภาพหน่อยก็คือ กลุ่มสาวก น่ะแหละครับ กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มที่จ่ายเงินให้นักพัฒนาอย่างเยอะมากเหมือนกัน แต่ก็จ่ายผ่านตัว AppStore อย่างเดียว เพราะไม่จำเป็นต้องไปจ่ายให้ทาง Cydia เลย เพราะไม่ได้ใช้ครับ
สรุปคร่าว ๆ
- Jailbreak ไม่ใช่การลง App เถื่อน .. เป็นการเจาะระบบเพื่อติดตั้งระบบ Third-Party AppStore เท่านั้น
- Cydia ก็ไม่ใช่การลง App เถื่อน เป็นแค่ช่องทางในการโหลด App ที่นอกเหนือจากที่ Apple ให้ลงได้เท่านั้น
- คนที่มี Cydia ไม่ได้แปลว่า ละเมิดลิขสิทธ์ พอ ๆ กับ คนที่ไม่ได้ Jailbreak ก็ไม่ได้แปลว่าจะถูกต้อง (ลง App ตามตู้)
- บทความนี้ไม่ได้ฟังธงว่าใครถูกหรือผิด .. แค่เล่าสถานการณ์ปัจจุบันให้ฟังเท่านั้น
- ถูกใจ ก็ฝากแชร์ต่อไปด้วยละกันครับ เขียนมาเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดกันเท่านั้น
ปล. การใช้ Source เถื่อนเพื่อลง App เถื่อน มีความเสียงที่จะถูกขโมยข้อมูลผ่าน App เหล่านั้นนะครับ เพราะ Hacker ไม่เคยทำอะไรให้ใครฟรี ๆ อยู่แล้ว
ปิดท้ายด้วยวิดีโอที่บอกให้รู้ว่า 100 เหตุผลที่คุณต้อง Jailbreak มีอะไรบ้าง

iPhone หายทำอย่างไร ? มาดูวิธีตามหา iPhone หายกัน!



ปัญหาโทรศัพท์มือถือสูญหายถือเป็นอีกเรื่องที่เราพบเจอได้บ่อย ๆ และมาจากหลายสาเหตุ เช่น หล่นหายระหว่างเดินทาง, โดนขโมย, โดนล้วงกระเป๋า เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้มักจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว แต่สำหรับโทรศัพท์มือถือยุคใหม่ที่เป็นสมาร์ทโฟนจะมาพร้อมกับความสามารถพิเศษที่ทำร่วมกับแอพพลิเคชั่นทำให้เราสามารถติดตามมือถือที่สูญหายหรือโดนขโมยได้ และประโยชน์ของแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ ทำให้ผู้ที่ทำ iPhone หายประสบผลสำเร็จจากการตามหาเครื่องคืนมาแล้วหลายกรณี
 สำหรับใครที่ใช้ iPhone วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีการป้องกันและขั้นตอนการตามหา iPhone เมื่อเกิดเหตุการณ์สูญหายขึ้นมา ไม่ว่าจะด้วยกรณีใด ๆ ก็ตาม (วิธีนี้ผู้ใช้ iPad ก็สามารถใช้วิธีเดียวกันได้) ส่วนขั้นตอนมีดังนี้ 
ก่อน iPhone จะหายหรือเพิ่งซื้อเครื่องมาใหม่ ๆ ควรทำดังนี้ 
1. ติดตั้งแอพพลิเคชั่น Find My iPhone (แอพพิลเคชั่นจากแอปเปิล ที่ช่วยระบุตำแหน่งการใช้งาน iPhone/iPad)
2. เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เปิดใช้งานแอพฯ Find My iPhone ไปที่ Settings > iCloud > Find My iPhone > ON และอย่าลืมเปิด Location service รวมถึงตัวเครื่องควรมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้ตลอดเวลา
3. จดเลขอีมี่ (IMEI คือหมายเลขประจำเครื่องโทรศัพท์มือถือ โดยแต่ละเครื่องนั้นจะมีเลขอีมี่ไม่ซ้ำกัน) วิธีการดูเลขอีมี่ให้กดหมายเลข *#06# เพื่อดูหมายเลข IMEI หรืออีกวิธีดูจากบน iPhone ให้ไปที่ Settings > General > About > IMEI
4. เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลภายในตัวเครื่องหรือเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ในกรณีเครื่องหายไปแล้ว ควรตั้ง Passcode Lock ตั้งรหัสผ่านก่อนเข้าใช้งาน iPhone ดูวิธีการตั้งค่าคลิกที่นี่ 
เมื่อรู้ว่า iPhone หาย!! ควรทำดังนี้ 
1. สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกก็คือ การตั้งสติ อย่าตื่นตระหนกจนเกิดเหตุ และให้พยายามนึกให้ได้ว่าใช้งาน iPhone ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ เพราะมีบางกรณีลืมไว้บนรถแท็กซี่, ตามร้านอาหาร สิ่งที่ควรทำให้หาโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องเพื่อโทรเข้าหามือถือของเรา
2. หากทำตามขั้นตอนแรกแล้วไม่ได้ผล ให้กลับมาใช้เทคโนโลยีตามหา หาก iPhone เปิดใช้งาน Find My iPhone และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้ ให้เข้าไปยังเว็บ icloud.com เพื่อค้นหาตำแหน่งมือถือ เสร็จแล้วให้ล็อกอินด้วย Apple ID
3. เมื่อเข้ามายังเว็บ icloud.com จากนั้นให้คลิกที่ไอคอน Find My iPhone (ในกรณีที่ไม่สะดวกเปิดผ่านเว็บ ให้ใช้แอพฯ Find My iPhone ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องอื่น หาตำแหน่งมือถือของเราได้เช่นกัน)
4. รอสักครู่ระบบจะทำการค้นหาตำแหน่ง iPhone จากนั้นตำแหน่ง iPhone (สีเขียว) จะแสดงบนแผนที่ให้เราทราบ โดยเราสามารถสั่งรีโมทให้ iPhone มีเสียงเตือน (Play Sound) หรือในกรณีที่เครื่องไม่ได้ตั้งรหัสผ่าน เพื่อป้องกันข้อมูลเราสามารถสั่งตั้งรหัสผ่าน (Lost Mode) ได้ และลบข้อมูลในเครื่องทั้งหมด (Erase Phone) 
5. เมื่อทราบตำแหน่งที่ iPhone หายแล้ว ในกรณีที่ต้องการออกตามหา iPhone ด้วยตัวเอง ควรมีเพื่อนหรือผู้ใหญ่ไปด้วย เพื่อความปลอดภัยหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
6. หากไม่สามารถค้นหาตำแหน่งเครื่องผ่าน Find My iPhone ได้หรือในกรณีที่มือถือแบตหมดและเครื่องถูกปิด ให้เดินทางไปยังแจ้งความที่สถานีตำรวจ ในพื้นที่ที่เราทำ iPhone หาย จากนั้นทางตำรวจจะสอบถามเพื่อเขียนเอกสารแจ้งความ และสิ่งสำคัญที่จะต้องมีก็คือหมายเลข IMEI ของเครื่อง เมื่อเสร็จขั้นตอนให้นำเอกสารแจ้งความไปยื่นยังแผนกกฏหมายของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ (AIS, True และ Dtac) ตามเครือข่ายที่เราใช้งาน ควรนำไปยื่นด้วยตัวเอง เพื่อจะได้สอบถามข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมได้
7. รอให้คนที่เจอหรือขโมย iPhone นำเครื่องไปใช้งาน ระหว่างนั้นให้เช็คกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เป็นระยะ สอบถามข้อมูลว่ามือถือของเราถูกเปิดใช้งานหรือไม่ (ขั้นตอนนี้เราจะต้องดำเนินการเอง) และอย่าลืมเข้าเว็บ icloud.com เพื่อใช้ Find My iPhone ตรวจสอบตำแหน่งอีกช่องทาง
8. หากพบว่า iPhone ของเรามีการเปิดใช้งาน ให้นำหลักฐานจากผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือไปให้กับทางตำรวจ จากนั้นทางตำรวจจะไปติดตามหาผู้ที่นำ iPhone ไปใช้งานและเรียกตัวมาสอบสวน หากโชคดีเราอาจจะได้ iPhone ของเราคืน
ทั้งนี้ iPhone ที่สูญหายจะได้คืนหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และการติดตามของทางตำรวจอาจจะใช้เวลานานพอสมควร รวมถึงระยะเวลาการเปิดใช้งานเครื่องโดยเราไม่สามารถรู้ได้ว่าเครื่องจะถูกเปิดใช้และปิดการใช้งานตอนไหน แต่ถ้าหากพบเครื่องเปิดใช้งานและมีการเปลี่ยนซิมการ์ดแบบลงทะเบียนก็จะสามารถทราบได้ทันทีว่าใครเป็นคนใช้งาน

วิธีสมัคร Apple ID ผ่านโปรแกรม iTunes


การสมัคร Apple ID นอกจากจะสมัครผ่าน iPhone ได้แล้ว (วิธีสมัคร Apple ID แบบไม่ต้องใช้บัตรเครดิต) อีกหนึ่งช่องทางที่สามารถสมัคร Apple ID ได้ก็คือการสมัครผ่านโปรแกรม iTunes นั่นเอง และสามารถสมัครได้โดยไม่ต้องมีบัตรเครดิต ถ้าพร้อมแล้วมาดูวิธีการสมัคร Apple ID แบบไม่ต้องใช้บัตรเครดิตผ่านโปรแกรม iTunes ก่อนอื่นอย่าลืมดาวน์โหลดโปรแกรม iTunes ติดตั้งลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เรียบร้อย ดาวน์โหลดโปรแกรม iTunes ได้ที่นี่  
วิธีสมัคร Apple ID ผ่านโปรแกรม iTunes
1. เปิดโปรแกรม iTunes (ไม่ต้องเชื่อมต่อ iPhone, iPad แต่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต)
2. คลิกเลือกเมนู iTunes Store จากนั้นเลื่อนลงมาในส่วนของ Free Apps (ต้องเลือก Free Apps เท่านั้น จึงจะสมัครแบบไม่ใช้บัตรเครดิตได้)
3. คลิกเลือกแอพพลิเคชั่นแบบฟรี โดยคลิกที่คำว่า FREE ตามภาพ
4. คลิกสมัคร Apple ID โดยคลิกที่ปุ่ม Create Apple ID
5. หน้ายืนยันการสมัครให้คลิกปุ่ม Continue
6. เงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับใช้งาน iTunes Store ของ Apple (แนะนำให้อ่าน) จากนั้นติ๊กเลือกยอมรับข้อตกลงและคลิกปุ่ม Agree

7. กรอกข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัคร Apple ID เช่น อีเมล, รหัสผ่าน, คำถามกันลืมและวันเกิด จากนั้นคลิกปุ่ม Continue
8. ขั้นตอนสำคัญ!! ในส่วนของ Payment (การจ่ายเงินเพื่อซื้อแอพฯ) ในกรณีนี้สมัครแบบไม่ใช้บัตรเครดิตให้เลือกเป็นคำว่า None เสร็จกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบ ในส่วนของ Billing Address เช่น ชื่อ นามสกุล, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์ เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Create Apple ID
9. Verify your Appld ID ยืนยันการสมัคร Apple ID โดยทางแอปเปิลจะส่งลิงค์ยืนยันการสมัครไปอีเมลที่ได้ระบุไปในขั้นตอนการสมัคร Apple ID ในขั้นตอนนี้ให้ผู้ใช้งานเช็คอีเมล
10. เปิดอีเมล จากนั้นคลิกลิงก์ Verify Now เพื่อยืนยันการสมัคร Apple ID
11. จากนั้นกรอกอีเมลและรหัสผ่านที่ใช้สมัคร Apple ID ให้ถูกต้อง เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Verify Address
12. หากกรอกข้อมูลถูกต้อง ระบบก็จะแสดงการยืนยันการสมัคร Email address verified. ตามตัวอย่างดังรูป เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Return to the Store จากนั้นระบบจะทำการล็อกอินด้วย Apple ID ให้อัตโนมัติผ่านโปรแกรม iTunes
เพียงเท่านี้เราก็สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นผ่าน iTunes บนคอมพิวเตอร์และ App Store บน iPhone โดยใช้ Apple ID ตัวเดียวกันได้  โดยไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิต แต่ถ้าหากต้องการซื้อแอพฯ สามารถเพิ่มเติมข้อมูลบัตรเครดิตได้ในภายหลัง